สำหรับทดสอบใน localthai.org เท่านั้น เมื่อเว็บขึ้นใช้งานจริง ข้อความนี้จะหายไป
หากมีคำถาม กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 056-227-775

ข้อความที่พูดถึงห้างใหญ่กับโชว์ห่วยที่น่าสนใจ
หน้าหลัก
ITA
LPA
ประกาศจากระบบ e-GP
หน้าหลัก
หน้าหลัก
ข้อมูลหน่วยงาน
ข้อมูลหน่วยงาน
บุคลากร
บุคลากร
ข่าวสาร
ข่าวสาร
แผน
แผน
รายงาน
รายงาน
ระเบียบ
ระเบียบ
บริการประชาชน
บริการประชาชน
 
 
นิคมทุ่งโพธิ์ทะเลเลิศล้ำ วัฒนธรรมไทยอีสาน
ตำนานเจ้าปู่วังหว้า เลอค่างานบุญบั้งไฟ
ที่ทำการเทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
สืบสานวัฒนธรรม นำการเกษตร
ระบบนิเวศน์สมบูรณ์ เพิ่มพูนรายได้
นายสิงห์วัฒน์ วัฒนศิริ
นายกเทศมนตรีตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
วิสัยทัศน์เทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
วัดมหาโพธิ์มงคล
สถานที่รวมศรัทธาของประชาชน
ในชุมชนนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
วัดมหาโพธิ์มงคล
การสนับสนุนการศึกษา
และสนับสนุนเยาวชนในชุมชน
เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาชุมชน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านศรีอุบล
การเกษตรในชุมชน
ทำตามแนวพระราชดำริ
การเกษตรพอพียง
การเกษตรพอเพียงของชุมชน
เทศบาลตำบล
นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000
1
2
3
4
5
วิสัยทัศน์ เทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล สืบสานวัฒนธรรม นำการเกษตร ระบบนิเวศน์สมบูรณ์ เพิ่มพูนรายได้
         
 
     
 
 
 
 
 
 
ข้อความที่พูดถึงห้างใหญ่กับโชว์ห่วยที่น่าสนใจ
 

http://gotoknow.org/blog/ai1b/334931

เขียนโดย   คุณ นบพระ

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 01.03 น. [ IP : 180.183.1.6 ]  
 
 

สรุปสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้อยู่ใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง (focus group)
เรื่อง “กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง”
ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑–๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒
-----------------------------
คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้พิจารณาสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งสถานการณ์ทางการค้าปลีกค้าส่งของไทยในปัจจุบัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือโชห่วยกำลังได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจที่มุ่งพัฒนาโดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาล ทำให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade) ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่มีกฎเกณฑ์ควบคุมดูแลการขยายตัวให้เหมาะสม ซึ่งแม้ผลโดยทางอ้อมประการหนึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในแหล่งจัดซื้อและบริโภคสินค้าตามความเหมาะสม และได้ประโยชน์ในด้านราคา แต่การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งโดยไม่มีกฎหมายกำกับดูแลโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งให้เหมาะสม ทำให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade) ขยายเข้าถึงพื้นที่ในระดับตำบลในวงกว้าง ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (โชห่วย) ไม่สามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้           ทั้งส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค กระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินความจำเป็นและความพอดี
ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงได้มีมติให้คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค จัดสัมมนา เรื่อง “กฎหมาย    ว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย                  ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย ผู้ผลิตสินค้า นักวิชาการ และประชาชนผู้บริโภค  วิเคราะห์ปัญหาและทิศทางการแก้ไขปัญหาการค้าปลีกค้าส่งของประเทศในปัจจุบันและอนาคตแล้วเสนอแนะคณะรัฐมนตรีในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค
คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้อยู่ใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง (focus group) เรื่อง “กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง” ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑–๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒ รวมทั้งสิ้น ๑๐ ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ ๑  เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์   คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยการประชุมสัมมนาแบ่งออกเป็นภาคเช้าและภาคบ่าย
ภาคเช้า การสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง”
ภาคบ่าย การประชุมกลุ่มย่อย ๒ กลุ่ม ดังนี้
การประชุมกลุ่มย่อยที่ ๑ เรื่อง “การพัฒนากฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง”
การประชุมกลุ่มย่อยที่ ๒ เรื่อง “สภาพปัญหา ข้อเท็จจริง และสถานการณ์ปัจจุบันการประกอบอาชีพค้าปลีกค้าส่งและการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย”
ครั้งที่ ๒  เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร (เฉพาะกลุ่มผู้ค้าและผู้ผลิต (Supplier))
ครั้งที่ ๓  เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร (เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (โชห่วย))
ครั้งที่ ๔  เมื่อวันพุธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร (เฉพาะกลุ่มผู้บริโภค)
ครั้งที่ ๕  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร (เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade))
ครั้งที่ ๖  เมื่อวันอังคารที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ครั้งที่ ๗  เมื่อวันพุธที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส โคราช จังหวัดนครราชสีมา
ครั้งที่ ๘  เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมซีบรีส จังหวัดชลบุรี
ครั้งที่ ๙  เมื่อวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมสปริงฟิลด์ วิลเลจ กอล์ฟ แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี
ครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่
จากการสัมมนาดังกล่าวสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
การสัมมนาทั้ง ๑๐ ครั้ง โดยภาพรวม ผู้เข้าร่วมการสัมมนามีความเห็นไปในทิศทางที่ควรจะมีกฎหมายควบคุมการขยายตัวของห้างค้าปลีกค้าส่งในพื้นที่ และเงื่อนไขการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการค้าที่เสรี เป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด       คุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้ความเป็นธรรมที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สังคม วัฒนธรรมของประเทศ โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.๒๕๔๒ พระราชบัญญัติราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.๒๕๔๒ พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.๒๕๔๐ และกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง มาพิจารณาก่อนด้วยวิธีบริหารจัดการหรือประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีระบบที่ดี และเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีผู้เสนอ) ยังมีข้อบกพร่องที่จะต้องปรับปรุงให้เหมาะสม  รวมทั้งทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องมีส่วนช่วยในการผลักดันให้เกิดพัฒนาการด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทและหน้าที่ของผู้บริโภคแต่ละคนที่จะต้องมีความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ด้วย ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้เสนอประเด็นในมิติของผู้บริโภคให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาดำเนินมาตรการคู่ขนานเกี่ยวกับการให้ความรู้เกี่ยวกับบริโภคศึกษา เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ด้วย ในระหว่างที่กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งยังอย่ระหว่างการพิจารณของกระทรวงพาณิชย์  ทั้งนี้ ประเด็นอภิปรายและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของผู้เข้าร่วมประชุมนั้นมีดังนี้
๑. ปัญหาการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทย
ปัญหาการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าสงในประเทศไทยสามารถแบ่งปัญหาออกเป็นสองด้านคือ ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นจำนวนมาก และครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมแข่งขันไม่ได้ ต้องเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก ทำให้โครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งไม่สมดุล และปัญหาด้านพฤติกรรมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยสามารถสรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
๑. ปัญหาโครงสร้างการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งไม่สมดุล
๑.๑ การขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) อย่างรวดเร็ว เป็นจำนวนมาก และครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และการลดขนาด (Downsizing) ของห้างค้าปลีกสมัยใหม่เพื่อแทรกตัวเข้าไปในชุมชนเมือง และชุมชนเล็กๆ ระดับอำเภอและตำบลทั่วประเทศ โดยไม่มีกฎเกณฑ์การควบคุมดูแลที่เหมาะสม ทำให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (โชห่วย) ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ไม่มีพื้นที่ให้ทำมาหากิน เนื่องจากไม่มีศักยภาพในการแข่งขันเพียงพอ ทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี ปละบุคลากร เป็นต้น
๑.๒ การไม่มีกฎหมายที่ควบคุมดูแลโครงสร้างการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ปัญหาการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ทั้งการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว การขยายตัวในพื้นที่ชุมชน เกิดจากสาเหตุสำคัญคือการไม่มีกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งให้เหมาะสม เช่น เรื่อง พื้นที่ ขนาด เวลาเปิด/ปิดห้างค้าปลีกสมัยใหม่ การขาดการพิจารณาผลกระทบต่อสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นต้น ทำให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ขยายครอบคลุมทุกพื้นที่ กระทบร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และทำให้โครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
๒. พฤติกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
๒.๑ การใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้าให้ต่ำกว่าทุน (Loss Leader, Dumping) ทำให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมแข่งขันไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ผู้บริโภคไม่สามารถบริโภคสินค้าได้ตามความต้องการของตนเพราะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข หรือข้อกำหนดของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น มีการจำกัดจำนวนสินค้าต่อผู้บริโภค เป็นต้น อีกทั้ง กลยุทธ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคเกินความจำเป็น
๒.๒ การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ต่อผู้ผลิต ทั้งการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม การเรียกรับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Entrance Fee) ค่าธรรมเนียมจากสินค้าที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์หลังจากที่ได้วางจำหน่ายแล้ว โดยคุณภาพและปริมาณของสินค้านั้นไม่เปลี่ยนแปลง การคืนสินค้าโดยไม่เป็นธรรม การบังคับให้ซื้อหรือให้จ่ายค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การบังคับให้จ่ายค่าโฆษณาส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า เพื่อให้นำสินค้าวางจำหน่ายในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ได้ การผลิตสินค้าตราเฉพาะของผู้ประกอบค้าปลีกค้าส่ง (house brand) ที่มีรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์คล้ายคลึงกับสินค้าของผู้ผลิต (private brand) เป็นต้น
๒. ผลกระทบจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่โดยไม่มีการควบคุมให้เหมาะสมทั้งเรื่องขนาด พื้นที่ตั้ง เวลา และพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
๑. ผลกระทบต่อผู้ผลิต
เมื่อห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มีอำนาจต่อรองสูง  ทำให้สามารถกำหนดราคารับซื้อสินค้าจากผู้ผลิต ซึ่งผู้ผลิตไม่มีทางเลือก ไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะไม่สามารถขายสินค้าให้ลูกค้าอื่นซึ่งเป็นร้านค้าปลีกรายเล็กที่ปิดกิจการไปแล้ว เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้  ผู้ผลิตจึงไปกดราคาสินค้าจากเกษตรกร ส่งผลกระทบกันเป็นทอดๆ  สุดท้ายทำให้เกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม นอกจากนี้ จะกระทบต่อภาคการผลิต และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ด้วย
๒. ผลกระทบต่อร้านค้าปลีกขนาดเล็กหรือโชห่วย  
เนื่องจากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าร้านค้าปลีกขนาดเล็ก สามารถขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่ามาก เพราะใช้อำนาจต่อรองกับผู้ผลิต ทั้งยังมีเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงสายถึงช่วงดึก ทำให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมและตลาดสดมีช่วงเวลาที่ค้าขายได้เพียงช่วงเช้าเท่านั้น เมื่อถึงเวลาเปิดทำการของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดสดต้องหยุดขาย  อีกทั้งการให้ผู้ประกอบการที่มีระดับการแข่งขันที่แตกต่างกันมากอยู่ในที่เดียวกัน ทำให้เกิดความปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ห้างค้าปลีกขนาดเล็กจึงอยู่ไม่ได้ ต้องปิดกิจการลงในที่สุด
๓. ผลกระทบต่อผู้บริโภค เศรษฐกิจครัวเรือน เศรษฐกิจชุมชน
ผู้บริโภคถูกจูงใจด้วยราคาสินค้าบางประเภทที่ถูก แต่การไปซื้อของที่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมสินค้าไว้หลายอย่าง (Economy of Scope) และมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่สูง ทำให้ผู้บริโภคบริโภคสินค้าเกินความต้องการ เกิดความต้องการเทียม เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน นอกจากนี้ สินค้าในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่ได้มีราคาถูกทุกประเภท ทำให้ผู้บริโภคอาจต้องซื้อสินค้าราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น
กลยุทธ์สินค้าราคาถูกทำให้เกิดการบริโภคเกินความจำเป็น สร้างนิสัยการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้แก่ครัวเรือน อีกทั้งการใช้กลยุทธ์สินค้าราคาถูกทำให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่จ้างงานในอัตราค่าแรงที่ต่ำมาก
นอกจากนี้ การที่ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมแข่งขันไม่ได้ จนต้องปิดตัวลง ทำให้ไม่มีอาชีพรองรับคนว่างงานจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ ไม่มีอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษมารองรับ การเป็นเจ้าของกิจการของคนรุ่นใหม่มีโอกาสเกิดได้ยาก ต้องกลายเป็นแรงงานในห้างค้าปลีกสมัยใหม่
๔. ผลกระทบต่อสังคม  
การขยายตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่โดยไม่มีความเหมาะสมนั้น ยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมด้วย เนื่องจาก ประโยชน์จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากการตั้งห้างค้าปลีกขนาดใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่คนกลุ่มเดียว แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับประโยชน์ จึงเป็นปัญหาการกระจายรายได้
นอกจากนี้ ยังทำลายความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างผู้บริโภคกับร้านค้าปลีกในชุมชน เนื่องจากผู้บริโภคเห็นว่าร้านค้าปลีกในชุมชนขายสินค้าราคาแพงกว่าห้างค้าปลีกสมัยใหม่มาก โดยผู้บริโภคขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนาจต่อรองที่แตกต่างกันมากของห้างค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม
๕. ผลกระทบต่อวัฒนธรรม
ทำให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยสูญหายไป เพราะแข่งขันไม่ได้ ขาดเอกลักษณ์ของชาติ และท้ายที่สุดจะส่งกระทบต่อภาคบริการ (ท่องเที่ยว) ซึ่งใช้เอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นจุดขาย
๖. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ในเมืองก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด    ก่อมลภาวะทางอากาศ ใช้ทรัพยากรกระแสไฟฟ้า น้ำประปา อย่างสิ้นเปลือง และก่อให้เกิดปัญหาขยะ เป็นต้น
๓. ปัญหาการเลิกกิจการของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (โชห่วย)
นอกจากปัญหาการขยายตัวของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่โดยไม่มีกฎหมายควบคุมการขยายตัวให้เหมาะสมแล้ว  การเลิกกิจการของร้านค้าปลีกขนาดเล็กหรือโชห่วยยังมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย คือ ร้านค้าปลีกขนาดเล็กมีปัญหาในการปรับตัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐที่จะพัฒนาร้านค้าปลีกขนาดเล็กให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ เช่น การไม่ให้ความสนับสนุนเรื่องเงินทุนเนื่องจากผู้ประกอบกิจการร้านค้าปลีกขนาดเล็กหรือโชห่วยไม่มีสถานะทางการเงินที่น่าเชื่อถือเพียงพอเรื่องการบริหารจัดการ การจัดสินค้า ความสะอาด และมารยาทในการบริการ เป็นต้น
๔. ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง
ประเด็นสำคัญของการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งคือการแบ่งพื้นที่ในการประกอบธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายใหญ่และรายเล็กอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์       โดยมีแนวทางแก้ไขปัญหา ดังต่อไปนี้
๔.๑ การควบคุมการขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ให้หยุดหรือชะลอการขยายสาขา เนื่องจากแทบจะไม่มีพื้นที่ให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมได้ทำการค้าโดยห้างค้าปลีกสมัยใหม่ได้ขยายพื้นที่ครอบคลุมเกือบหมดแล้ว ซึ่งในการควบคุมการขยายสาขาต้องพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ คือ
๑) พื้นที่ (zoning) ต้องกำหนดให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ตั้งอยู่นอกเขตเมือง เพื่อแบ่งพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมายกัน โดยให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมตั้งอยู่ในเมือง และชุมชน ส่วนห้างค้าปลีกสมัยใหม่ตั้งอยู่นอกเมือง ซึ่งอาจจะเสียเปรียบบ้าง แต่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่มีศักบภาพในด้านอื่นๆที่จะสามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ประเภท Hyper Mart ที่ลดขนาดลง (downsizing) ด้วย โดยห้ามห้างค้าปลีกที่ลดขนาดลงดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตเมืองเช่นกัน
๒) จำนวน ต้องคำนวณปริมาณพื้นที่การประกอบธุรกิจค้าปลีกเทียบกับจำนวนประชากรในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีสัดส่วนห้างค้าปลีกสมัยใหม่กับร้านค้าแบบดั้งเดิม และจำนวนประชากรในพื้นที่ (economic need test) ให้เหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้
๓) เวลาเปิด/ปิดห้างค้าปลีกสมัยใหม่ กำหนดให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่บริหารจัดการเวลาเปิดปิดทำการเอง โดยไม่ได้กำหนดเวลาเปิด/ปิดตายตัว แต่อาจกำหนดให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่มีเวลาเปิดบริการ ๘๐ ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยจะเปิดทำการกี่วัน วันละกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่รวมแล้วทั้งสัปดาห์ต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือโชห่วยได้ค้าขายสินค้าได้บ้าง
๔.๒ การมีกฎหมายควบคุมการขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน และบังคับใช้กฎหมายที่อยู่และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและให้มีประสิทธิภาพ เช่น พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ กฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อม และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ๔.๓ ควรมีมาตรการทางภาษีให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่แต่ละสาขายื่นชำระภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่นที่สาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่นั้นตั้งอยู่ ไม่ให้ยื่นชำระภาษีรวมกันที่สำนักงานใหญ่ เนื่องจากการยื่นชำระภาษีของทุกสาขารวมกันที่สำนักงานใหญ่ ทำให้ห้างค้าปลีกสามารถนำรายได้ของสาขาที่ขาดทุนมาหักค่าใช้จ่าย และเสียภาษีน้อยลง โดยต้องพิจารณาแก้ไขเรื่องดังกล่าวในประมวลกฎหมายรัษฎากร
๔.๔  ควรให้มีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งทั้งผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งแบบดั้งเดิม ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ผู้ผลิต เข้ามามีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างแท้จริง รวมทั้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง) และองค์กรปกครองท้องถิ่น เข้ามามีบทบาทด้วย เพื่อการประสานงานอย่างบูรณาการ
๔.๕ ควรให้ท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจหรือพิจารณาอนุญาตให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ในท้องถิ่นของตนเอง เนื่องจากความต้องการ และพัฒนาการของแต่ละชุมชนมีความแตกต่างกัน
๔.๖ ควรพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค ธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบธุรกิจ (Corporate Social Responsibility: CSR) ประกอบการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งสมัยใหม่ด้วย เพื่อให้เป็นการค้าที่เสรีและเป็นธรรมโดยอาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่เป็นกิจการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่จะก่อสร้างห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ก่อนการอนุญาตให้ก่อสร้างห้างค้าปลีก
๔.๗ ให้รัฐเข้ามามีบทบาทกำกับดูแลการค้าให้เสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง ดูแลให้การทำสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ (ห้างค้าปลีกสมัยใหม่กับผู้ผลิต) เป็นธรรม โดยอาจกำหนดสัญญามาตรฐาน vendor agreement ให้ปฏิบัติตาม หากสัญญาไม่เป็นธรรมให้รัฐสามารถดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องมีตัวผู้เสียหาย เนื่องจากผู้ผลิตที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่กล้าดำเนินคดีห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะยังต้องการทำธุรกิจกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ต่อไป
๔.๘ ให้รัฐให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนในการผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านเงินทุน และความรู้ เทคโนโลยี เช่น การจัดวางสินค้า และการให้บริการ logistics เป็นต้น
๔.๙ ควรมีการรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม และผู้ค้าส่ง โดยอาจนำระบบ Independent Grocery Alliance มาใช้ เพื่อช่วยสนับสนุนโชห่วยผ่านระบบการค้าส่ง โดยเปลี่ยนระบบค้าส่งให้เป็นระบบกระจายสินค้าไปพร้อมกัน เพื่อช่วยลดต้นทุน
๔.๑๐ ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกให้ผู้บริโภคเข้าใจปัญหาและผลกระทบของการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งต่อสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม นอกจากการพิจารณาเรื่องราคาถูกเท่านั้น
๖. ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ. ....
๖.๑ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง    พ.ศ. .... ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหาห้างค้าปลีกสมัยใหม่ลดขนาดลง (Downsizing) แทรกตัวเข้าไปในชุมชน หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่ประกอบธุรกิจก่อนกฎหมายมีผลบังคับ เพราะเป็นการกีดกันรายใหม่ไม่ให้เข้ามา
๖.๒ ควรนิยามความหมายของ “ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง” ให้ชัดเจน และไม่ควรรวมร้านค้าปลีก (retail) เป็นประเภทเดียวกับร้านขายของชำ (grocery)
๖.๓ ควรมีคณะกรรมการระดับจังหวัดกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เนื่องจาก การค้าแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน และเพื่อให้กฎหมายมีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ท้องถิ่นเองก็มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการให้มีห้างค้าปลีกสมัยใหม่เพื่อการเก็บภาษีเข้าท้องถิ่น
๖.๔ ควรกำหนดกรอบระยะเวลาให้มีการปรับนโยบาย มาตรการและแผนการจัดระบบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ตามมาตรา ๑๒ ด้วย เพื่อให้นโยบาย มาตรการและแผนดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน หรือล่วงหน้า เพราะเรื่องการค้าต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
๖.๕ ให้เพิ่มอำนาจหน้าที่คณะกรรมการในการกำหนดระบบร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งใน มาตรา ๑๒ ด้วย
๖.๖ การใช้ถ้อยคำ “วินิจฉัยชี้ขาด” (มาตรา ๑๔) เป็นถ้อยคำเฉพาะทางวิชาการ เป็นอำนาจขององค์กรกึ่งตุลาการ เมื่อพิจารณาอำนาจของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๒ พบว่าไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด การบัญญัติถ้อยคำ “วินิจฉัยชี้ขาด” ในมาตรา ๑๔ จึงไม่สอดคล้องกัน
๖.๗ เสนอให้เพิ่มบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล ให้มีการตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เพราะหากไม่กำหนดไว้จะมีปัญหาเช่นกรณี กทช. และ กสช.
๖.๘ ให้มีบทเฉพาะกาลกำหนดให้คณะกรรมการต้องทำแผนการออกพระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้
๖.๙ กลไกการขออนุญาตและมีมาตรการห้ามโอนกิจการที่ได้รับอนุญาต (มาตรา ๒๗) จะสร้างปัญหา เนื่องจากจะเกิดการ take over ใบอนุญาตได้
๖.๑๐ การกำหนดให้คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองภายในเก้าสิบวัน ตามมาตรา ๓๑ ชี้ว่าผู้ร่างต้องการให้กฎหมายนี้เป็นกฎหมายปกครอง แต่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีกระบวนการอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองก่อนมาศาล ซึ่งขัดกับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และการตัดขั้นตอนการอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองทำให้การคุ้มครองสิทธิน้อยลง ซึ่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙  มาตรา ๓ บัญญัติไว้ “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายต่างๆให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเรื่องใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้” การบัญญัติให้อุทธรณ์คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจต่อศาลปกครองทันทีจึงไม่สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว
๖.๑๑ การให้อำนาจคณะกรรมการออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง และกำหนดกฎเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง (มาตรา ๒๐, ๒๑)เป็นการให้อำนาจฝ่ายบริหารในการออกฎหมายโดยไม่ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งเป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญจึงต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนให้คณะกรรมการออกกฎกระทรวงดังกล่าว

-----------------------------
สุชาอรฯ/ครองภาคย์/อัครพงษ์ฯ
๒๓ เม.ย.๕๒


เขียนโดย   คุณ นบพระ

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 01.04 น. [ IP : 180.183.1.6 ]  
 

http://www.ftawatch.org/node/8123 ว่าง ๆ ค่อยอ่านก็ได้นะครับ เป็นความรู้ทั้งนั้นครับ เพราะอีกหน่อยแถวบ้านเราก็ต้องมาถึงในไม่ช้าครับ

เขียนโดย   คุณ นบพระ

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 01.08 น. [ IP : 180.183.1.6 ]  
 

http://news.nipa.co.th/news.action?newsid=114719 นี่เกี่ยวกับในกำแพงบ้านเราเลย
http://www.ryt9.com/s/prg/788190 ก็อปที่อยู่ให้ครบนะครับแล้วเอาไปวางช่องที่อยู่ สำหรับท่านที่ไม่รู้วิธีครับ

เขียนโดย   คุณ นบพระ

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 01.17 น. [ IP : 180.183.1.6 ]  
 

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=webmasterkpp&id=73
กระทู้ที่เขาแสดงความเห็นกันจากที่อื่นนอกจากเวปนี้ครับ

เขียนโดย   คุณ นบพระ

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 01.18 น. [ IP : 180.183.1.6 ]  
 

hemp cbd  http://cbdoilwalm.com/  - cbd oil  buy cbd  cbd tinctures  buy cbd oil  

เขียนโดย   คุณ antedoannenuous

วันที่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 17.09 น. [ IP : 195.154.181.60 ]  
 
     
: รายละเอียด  
 
: แนบรูปภาพ  
      ขนาดรูปภาพไม่เกิน 2 MB
 
: ชื่อผู้เขียน  
 
 
  กรุณาติ๊กถูก ที่ช่องด้านบนค่ะ
 
 
 
 
  (1)  
 
 
 
 
ร้องเรียน การจัดซื้อ-จัดจ้าง
ร้องเรียน/ร้องทุกข์ เรื่องทั่วไป
ร้องเรียน การทุจริต
055-741-911
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | แผนผังเว็บไซต์
Version ขั้นต่ำของ Browser IE9 / Firefox 3.5 / Chrome / Safari4 / Opera10